...หลายเดือนก่อนผมเคยได้ยินแม่ค้าในตลาดแถวบ้านคุยกัน จับใจความได้ประมาณว่า

แม่ค้าชมพู่     ปีหม่นี้ว่าจะอู้งานไปเที่ยวซักหน่อยไปที่ไหนดีวะแก

แม่ค้ามะม่วง   แกจะไปเที่ยวแบบไหนล่ะ

แม่ค้าชมพู่     ไอ้ลูกชายมันอยากไปดูทะเลหมอก(ไม่หงอย)น่ะ ว่าจะไปเชียงใหม่รึเชียงรายดี

แม่ค้ามะม่วง   โอ้ย...ย แกไม่ต้องนั่งรถไปให้เมื่อยตูดนานขนาดนั้นหรอก ใกล้ๆกรุงเทพแถวนี้ก็มี

แม่ค้าชมพู่     นี่แก อย่ามาอำฉันหน่อยเลย กรุงเทพร้อนจะตายห่า มันจะมีหมอกได้ยังไง

แม่ค้ามะม่วง   ก็ฉันพึ่งไปมาเนี่ย เขาพะเนินทุ่งน่ะ แกรู้จักมั้ย...

แม่ค้าชมพู่     ...

...ก่อนจะกลายเป็นสงครามผลไม้ไปซะก่อน ว่าแล้วเราก็ไปหาข้อมูลดูซะหน่อย กูเกิ้ลโลด...ด     อืมแค่เพชรบุรีนี่เองเนอะ ไม่ไกลเท่าไหร่นี่หว่า อ้าว มันมีเวลาขึ้น-ลงด้วย เก็บเสื้อผ้า+เต็นท์ ยัดใส่กระเป๋าได้ก็ไปโลด....

...แสด...ด มาถึงบ่ายสองกว่า เค้าให้ขึ้นได้ถึงบ่ายสาม นี่กรูเป็นคันสุดท้ายหรือนี่ ฮึๆๆ ก็ขับๆขึ้นไป แรกทางก็ ชิวๆอยู่ ไม่โหดเท่าไหร่ เป็นทางลูกรังซะเป็นส่วนมาก พอผ่านด่านสุดท้าย ทางเริ่มขรุขระขึ้น มีรถเก๋งขับสวนเราออกมาด้วย สงสัยจะยอมแพ้ ไม่ก็สงสารรถ ขับไปเรื่อยๆผ่านลำธารที่หนึ่ง สอง และลำธารที่สาม ซึ่งเป็นลำธารสุดท้ายไปได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรมาก จากนั้นก็เริ่มขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ไปจนถึงแถวกิโลเมตรที่18 ตรงนั้นเป็นโค้งรูปตัวเอส เอ..ทางมันก็ขึ้นนี่หว่าแต่ทำไมรถกรูเหมือนวิ่งลงฟะ...

...อ๊าง...ส์ ล้อแมร่งฟรีนี่หว่าแล้วมันก็ค่อยๆไหลลงมา นี่กรูจะตกเขาตายมั้ยเนี่ย นึกในใน อากาศก็เย็นแต่เหงื่อเริ่มซึมออกมาแล้ว ระยะทางก็ไม่ไกลมากนะ แต่เวลานั้นทำไมมันนานจังวะ แล้วสุดท้ายก็ไหลไปติดหล่มอยู่ข้างๆทาง ถอยก็ไม่ได้และ เดินหน้าต่อไปก็ไม่ได้ หยิบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ แสรด....ด แมร่งไม่มีคลื่น กรูจะบ้าตาย นี่กรูต้องเดินลงไปข้างล่างอีกสิบกว่ากิโลเหรอเนี่ย ...

...ระหว่างที่เดินลงมาเรื่อยๆ ก็เจอรถสวนขึ้นมาอีกคัน รีบโบกทันใดในใจก็คิดว่าเค้าจะจอดรับกรูรึเปล่าวะ เพราะสองข้างทางมันก็มีแต่ป่าทั้งนั้น  จะคิดว่ากรูเป็นโจรป่ารึป่าวก็ไม่รู้ หน้ายิ่งให้อยู่ด้วย แต่สุดท้ายเค้าก็จอดรับนะแล้วก็ขับขึ้นมาจนถึงจุดที่รถจอด "คงต้องลาก" พี่เค้าสรุปสั้นๆ ระหว่างที่กะลังคิดกันอยู่นั้นได้ยินเสียงรถมาแต่ไกล เสียงดังๆอย่างนี้น่าจะเป็นรถหกล้อของทางอุทยาน จังหวะนั้นก็มีรถหกล้อวิ่งผ่านไปช้าๆ แล้วก็ผ่านเลยขึ้นไป แสรด...สงสัยคิดว่าจอดดูผีเสื้อกันอยู่มั้ง

...อีกคั้งที่ได้ยินเสียงรถดัง คราวนี้มาจากข้างบน ในใจคิดถ้าไม่จอดเด๋วกรูจะกลิ้งขอนไม้ไปขวางทางไว้แบบในหนัง ฮุๆๆปรากฏว่าเป็นรถปิคอัพของทางอุทยานเค้าก็จอดช่วยเป็นอย่างดี ทั้งวิ่งกลับลงไปข้างล่างไปเอาสลิงมาลากให้ ทั้งช่วยลากให้ กว่าจะเสร็จก็เกือบมืดพอดี...ขอบคุณพี่ๆใจดีทุกคนของอุทยานด้วยนะครับ มัวแต่ลุ้นกันอยู่เลยไม่ได้ถ่ายรูปเลย...

...มาไม่ทันดูพระอาทิตย์ตกเลย แต่ก็ยังดีที่มาถึง เหนื่อยชิกหัย อาบน้ำแสนหนาว กางเต๊นท์ กินข้าวแล้วก็หลับปุ่ย ไม่ลืมตั้งนาฬิกาปลุกไว้แต่เช้า... เจือกตื่นสายอีก เวรกรรมเลยไม่ได้รูปทั้งพระอาิทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเลยดิ เอาน่ะ ได้ทะเลหมอกไปพลางๆ

 

ตอนเช้าที่นี่ไม่ค่อยหนาวมากนะ แต่หมอกก็เยอะอยู่เหมือนกัน อันนี้มุมใกล้ๆกับรูปแรก

 

ระหว่างทางที่เดินกลับมา ฟ้าสวยจังเลย

ใบของไอ้ต้นเมื่อตะกี๊นี้แหละ สีแสบตาเจง

อันนี้ระหว่างทางก่อนถึงที่ทำการของอุทยาน โชคดีไปวันธรรมดา รถไม่ค่อยเยอะมาก เลยมีเวลาเลือกมุมถ่ายได้นานหน่อย

มาถึงที่แก่งกระจาน ไปเดินเล่นที่สะพานเชือกก็ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ถ้ามีคนเยอะน่าจะสนุกดี สะพานมันคงจะแกว่งเหมือนชิงช้า ไม่รู้จะถ่ายมุมไหน เอามุมมหาชนนี่แหละวะ...ไม่คิดเลยนะมรึง...

อันนี้แอบคิดนิดนึงนะฮ่าๆๆ

เอาอีกรูปแล้วกัน ชอบถ่ายสะพานอ่ะ...น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลิง

มองออกไปไกลๆ บรรยากาศดีจัง ลมแรงๆ มาเที่ยวตอนคนน้อยๆมันดีอย่างนี้เอง ขาดความคึกคักไปบ้าง แต่ที่ได้กลับมาคือความสงบอ่ะ... ได้อย่างเสียอย่างเนอะ

ข้ามมาดูอีกฝั่งกันบ้าง ตรงนี้ในช่วงวันหยุดจะเป็นที่กางเต๊นท์

เดินลงน้ำไปอีกนิดนึง ให้เท้าเปียกเล่นๆ แสรด...เป็นโคลนนี่หว่า เกือบซวยแล้ว

มีเรือข้ามฟากด้วย คราวหน้าถ้ามีเวลาว่าจะลองข้ามไปเที่ยวดูซักหน่อย ไม่รู้ว่าฝั่งนู้นจะมีอะไร

หมดแล้วล่ะ ปิดท้ายด้วยภาพนี้แล้วกัน แล้วพบกันใหม่....สวัสดีวันกองทัพไทย..(อ้าว พรุ่งนี้นี่หว่า)